Cristal Cool หุ่นสวย เฟิร์มกระชับ สลายไขมันส่วนเกินด้วยความเย็น

Cristal Cool เป็นเครื่องสลายไขมันส่วนเกินด้วยความเย็น ส่งตรงจากประเทศฝรั่งเศส ใช้เทคโนโลยีใหม่ที่เรียกว่า Cryolipolysis โดยจะส่งคลื่นพลังความเย็นที่อุณหภูมิ -9 องศา มุ่งเป้าตรงเข้าไปกำจัดเฉพาะเซลล์ไขมันโดยตรงที่ใต้ชั้นผิวหนัง (Subcutaneous fat) โดยจะไม่มีการทำลายเซลล์และเนื้อเยื่อส่วนอื่น เมื่อไขมันได้รับความเย็นและมีอุณหภูมิเข้าสู่จุดเยือกแข็งก็จะเกิดกระบวนการทำลายตัวเองเกิดขึ้น เราเรียกกระบวนการนี้ว่า Apoptosis เซลล์ไขมันที่ตายแล้วจะถูกเซลล์เม็ดเลือดขาวจับกินและจัดการออกไปจากร่างกาย ซึ่งเป็นกลไกปกติตามธรรมชาติของร่างกาย

Cristal Cool ได้รับการพิสูจน์แล้วว่าสามารถช่วยแก้ไขปัญหาไขมันส่วนเกินที่สะสมอยู่ในร่างกายได้จริง เห็นผลไว และมีความปลอดภัยสูง ไม่ใช่การผ่าตัด หรือดูดออก จึงไม่ทำให้เกิดรอยแผล ไม่ทำลายเซลล์และเนื้อผิว ไม่เจ็บ ไม่ต้องพักฟื้น ไม่ต้องใช้ยาชา ไม่ต้องฉีด หลังทำสามารถกลับไปทำงานหรือทำกิจกรรมตามปกติ

การสลายไขมันแต่ละครั้ง จะสามารถทำลายเซลล์ไขมันได้ประมาณ 20-30% โดยจะเห็นผลบางส่วนทันที และชัดเจนขึ้นเมื่อผ่านไปประมาณ 4-6 สัปดาห์ เหมาะสำหรับผู้ที่ไม่ค่อยมีเวลาและกลัวการผ่าตัด ไม่ต้องพักฟื้น หลังทำสามารถทำกิจกรรมหรือใช้ชีวิตได้ตามปกติ

บริเวณที่สามารถทำได้

  • หน้าท้อง บริเวณพุงบนและพุงล่าง
  • เอว บริเวณบั้นเอวที่อยู่ด้านข้างที่มีลักษณะหนา
  • แขน บริเวณที่แขนห้อย ปีกแขนด้านหลังที่ห้อยออกมา
  • ขา บริเวณหน้าขา ขาด้านใน ขาด้านข้างลำตัว และเซลลูไลท์ขาด้านหลัง
  • แก้มก้น
  • หัวเข่า คนที่อ้วนจนหัวเข่าดูหย่อนคล้อย
  • คาง 2 ชั้น คนที่มีเหนียง สามารถทำควบคู่กับการฉีดสลายไขมันได้ (ให้ทำห่างกันอย่างน้อย 1 เดือน)

ทำได้บ่อยแค่ไหน ?

ระยะเวลาที่แนะนำอย่างน้อย 4 สัปดาห์ แต่ถ้าหากเป็นคนละบริเวณก็สามารถทำต่อได้เลย

ระยะเวลาที่เห็นผลชัดเจน

โดยทั่วไปหลังการรักษาจะเริ่มเห็นผลชัดเจนประมาณ 4-6 สัปดาห์ขึ้นไป ซึ่งส่วนใหญ่สัดส่วนจะลดลงประมาณ 2 ซม. ต่อการทำหนึ่งครั้ง

ต้องทำกี่ครั้ง ?

สำหรับจำนวนครั้งในการทำขึ้นอยู่กับความพึงพอใจของลูกค้า หากผลลัพธ์เป็นที่พอใจแล้วก็สามารถหยุดได้ทันที

การดูแลและปฎิบัติตัวหลังทำ

ให้ทำการนวดผิวบริเวณที่ทำอย่างต่อเนื่อง ประมาณ 7 วัน และดื่มน้ำเยอะๆ

Helios Bright Laser

Helios เป็นเลเซอร์ที่มีหลักการปล่อยคลื่นแสงที่มีความเข้มและความหนาแน่นสูง ใช้ในการรักษาความผิดปกติของเมลานิน (Melanin) เม็ดสีของผิวหนัง ทำให้เซลล์สีแตกกระจายออกแล้วถูกกำจัดออกจากผิวหนัง สามารถปล่อยคลื่นแสงออกได้  2 ความยาวคลื่น คือ ความยาวคลื่น 1064 นาโนเมตร เพื่อใช้สำหรับเม็ดสีในผิวชั้นลึกเหมาะกับเม็ดสีที่มีสีดำและสีน้ำเงิน ใช้ในการลบลอยสักสีดำและสีน้ำเงินและเม็ดสีในชั้นหนังแท้ และความยาวคลื่น 532 นาโนเมตร เพื่อใช้สำหรับเม็ดสีในผิวชั้นตื้น ซึ่งเหมาะกับการลบรอยสักสีแดง ปานแดง กระแดด กระลึก ปานดำ และปานโอตะ

Helios ทำงานอย่างไร ?

พลังงานเลเซอร์ที่เกิดขึ้นถูกดูดซึม โดยเมลานินเม็ดสีของผิวหนัง พลังงานความร้อนจะทำให้เม็ดสีเมลานิน หรือ รอยสักแตกกระจายเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อย แบบshattering โดยไม่มีผลต่อเซลล์ผิวหนังข้างเคียง หลังจากนั้นร่างกายจะทำการย่อยสลายเม็ดสีดังกล่าว ดังนั้นเม็ดสีที่ผิดปกติดังกล่าว จะค่อยๆ จางหายไป Helios จึงใช้ลบรอยสักทั่วไป และใช้แก้ปัญหาเม็ดสีในผิวหนัง เช่น กระ ปาน ฝ้า รอยคล้ำ รอยค่างดำ

Helios ใช้รักษาอะไรบ้าง ?

เหมาะสำหรับรักษาผู้ที่มีปัญหากระแดด (Solar lentiginous) กระลึก ปานดำ ปานโอตะ (Nevus of Ota) รอยคล้ำบริเวณริมฝีปาก และผู้ที่ต้องการลบรอยสักต่างๆ  เช่น รอยสักคิ้ว

ขั้นตอนการรักษาด้วย Helios เป็นอย่างไร ?

ก่อนทำการรักษา จะทำความสะอาดผิวหน้าและเครื่องสำอางออกให้หมด กรณีของการรักษารอยสักจะทายาชาก่อนทำประมาณ 1 ชั่วโมง ขณะรักษาจะรู้สึกอุ่นหรือร้อนในบางบริเวณ ขณะยิงจะรู้สึกคล้ายถูกหนังยางดีด

ระยะห่างในการทำ Helios แต่ละครั้งนานเท่าไร ?

จำนวนครั้งขึ้นอยู่กับความตื้นลึกของเม็ดสีที่ผิดปกติ จำนวนครั้งในการทำจะสอดคล้องกับปัญหาที่พบ เช่น กระแดด อาจทำครั้งเดียว แต่ถ้าเป็นกระลึก อาจต้องทำ 3-4 ครั้งขึ้นไปจะเห็นผลชัดขึ้น ความถี่ในการทำแต่ละครั้งห่างกันประมาณ 4-6 สัปดาห์ สำหรับการลบรอยสักด้วยเลเซอร์จำเป็นต้องทำซ้ำหลายครั้ง ขึ้นกับชนิดของสีที่สักและระยะเวลาที่สัก ความถี่ในการทำแต่ละครั้งห่างกันประมาณ 6-8 สัปดาห์

ผลข้างเคียงจากการรักษาด้วย Helios

หลังทำอาจจะมีรอยแดงเล็กน้อย ซึ่งโดยมากจะดีขึ้นภายในเวลา 1-2 ชั่วโมง สำหรับกระลึกหลังทำการรักษา สีของกระจะเข้มกว่าเดิมอยู่ประมาณ 6 เดือน แล้วค่อยๆ จางลง การทายาร่วมด้วยจะทำให้รอยดำจางลงเร็วขึ้น จะต้องยิงกี่ครั้งนั้นแพทย์จะดูจากผลการรักษาครั้งแรกหลังจากผ่านไป 6 เดือน  และจะพิจารณาว่าจะรักษาซ้ำหรือไม่กรณีของรอยสักจะมีสะเก็ดประมาณ 1-2 สัปดาห์

Stem Cell Reju

Stem Cell มีคุณสมบัติในการแบ่งตัวให้เป็นเซลล์ของเนื้อเยื่อชนิดต่าง ๆ ในร่างกายได้ โดยยังมีความสามารถในการแบ่งตัวเองให้เป็นเซลล์ต้นกำเนิดเหมือนเดิมได้อีกด้วย เพื่อทดแทนเซลล์ที่เสื่อมสภาพในร่างกาย ปัจจุบันนำสเต็มเซลล์มาใช้ในการรักษาโรคต่าง ๆ ได้ เช่น ธาลัสซีเมีย ลิวคิเมีย อัลไซเมอร์ พาร์กินสัน อัมพาตไขสันหลัง กล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือด เบาหวาน รวมไปถึงการใช้สเต็มเซลล์ในการชะลอวัยช่วยให้ผิวพรรณดูอ่อนกว่าวัยชะลอความชรา ปัจจุบันนิยมนำสเต็มเซลล์มาใช้เพื่อความงามฉีดบริเวณใบหน้าเพื่อชะลอวัยให้ผิวพรรณอ่อนกว่าวัยและช่วยฟื้นฟูซ่อมแซมเซลล์ในร่างกาย ช่วยให้มีสุขภาพที่ดี

Stem Cell Reju จัดเป็นการแพทย์เพื่อการฟื้นฟูสุขภาพช่วยให้คุณมีอายุยืนยาวด้วยการปล่อยให้ร่างกายซ่อมแซมความเสื่อมวัยจากที่เพิ่มขึ้น โดยกระตุ้นกระบวนการรักษาตัวตามธรรมชาติของร่างกายให้ทำงานอย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพ ก่อให้เกิดความเป็นไปได้มากมายในการระวังป้องกัน แทนที่จะรักษาที่ปลายเหตุ ผลที่ได้คือเทคโนโลยีและเทคนิคที่สามารถผลัดเปลี่ยนเนื้อเยื่อและอวัยวะที่เสื่อมโทรมให้ฟื้นคืนสู่ความอ่อนเยาว์อย่างได้ผล เป็นการแก้ปัญหาผิวพรรณ ทั้งการเกิดริ้วรอย ความเหี่ยวย่น จุดด่างดำ สิว ฝ้า รวมถึงโรคผิวหนังร้ายแรงชนิดอื่นๆ โดยการคืนความสมดุลให้กับร่างกายเพื่อแก้ปัญหาผิวพรรณต่างๆ การแก้ปัญหาผิวพรรณด้วย Cell Therapy นี้เป็นการแก้ปัญหาในระยะยาว และเป็นการสร้างความงามของร่างกายจากภายในด้วยระบบของธรรมชาติที่มีความ ปลอดภัยและเห็นผลลัพธ์อย่างเห็นได้ชัด เป็นการ คืนสุขภาพให้กับผิวอย่างแท้จริง

PRP Mesenchymal stem cell

คือ การรักษาผิวพรรณโดยการฉีดเกล็ดเลือดเข้มข้น (Platelet-Rich Plasma หรือ PRP) เข้าไปที่ผิว เพื่อไปกระตุ้นการสร้างคอลลาเจน อิลาสติน และสร้างหลอดเลือดภายในผิวใหม่ ทำให้เกิดการซ่อมแซมเซลล์ผิวที่เสื่อมสภาพ  ผิวจึงกลับมาอ่อนเยาว์อีกครั้ง ซึ่งจะเห็นผลตั้งแต่ครั้งแรก

PRP ได้มาจากเลือดของตัวเราเอง โดยจะทำการเจาะเลือดในปริมาณเล็กน้อย ซึ่งในเลือดจะประกอบด้วยเม็ดเลือดแดง เม็ดเลือดขาว เกล็ดเลือด และส่วนที่เป็นของเหลวเรียกว่า พลาสมา (Plasma) เมื่อนำเลือดที่ได้มาใส่หลอดพิเศษ และปั่นด้วยเครื่องปั่น PRP คุณภาพพรีเมี่ยม นำเข้าจากอเมริกา  ซึ่งให้ผลดีเยี่ยมในการผลิต PRP โดยเฉพาะ เมื่อได้เม็ดเลือดแดง เม็ดเลือดขาว และเกล็ดเลือดแยกออกมาเป็นชั้น  แพทย์จะดึงเอาเฉพาะชั้นที่เป็นเกล็ดเลือดเข้มข้นมาใช้ฉีดทั่วใบหน้า เน้นบริเวณที่มีปัญหาริ้วรอย ร่องแก้ม หลุมสิว เป็นต้น และเนื่องจากเกล็ดเลือดที่นำมาใช้มาจากเลือดของตัวเราเองแล้วฉีดเข้าสู่ร่างกายตนเอง จึงมีความปลอดภัยสูง ไม่มีผลข้างเคียงใดๆ ไม่เกิดการแพ้หรือการต่อต้านจากร่างกาย  และไม่เกิดการติดเชื้อจากผู้อื่นมายังตัวเรา

เมื่อเรานำเลือดมาปั่นด้วยแรงที่เหมาะสมจะกระตุ้นให้เกล็ดเลือดทำงานและหลั่งสารฟื้นฟูผิวหนังที่เรียกว่า Growth Factors นานาชนิดออกมา ซึ่ง Growth Factors นี้จะช่วย

  • กระตุ้นการสร้างคอลลาเจนและอิลาสตินใหม่  ช่วยให้ผิวตึงกระชับเรียบเนียน
  • เร่งการซ่อมแซมเซลล์ผิวที่เสื่อมสภาพ ทำให้ใบหน้ากระจ่างใสดูอ่อนวัยขึ้น
  • ช่วยเติมเต็มร่องริ้วรอยต่างๆ ทำให้หน้าดูอ่อนเยาว์ลง
  • ลดเลือนจุดด่างดำบนใบหน้า ฝ้ากระให้จางลง
  • ช่วยสร้างหลอดเลือดที่นำอาหารมาเลี้ยงผิว ผิวจึงเปล่งปลั่งสดใส
  • กระตุ้นสร้างเซลล์ เติมเต็มหลุมสิว และร่องลึก
  • ลดรอยแตกลาย รวมถึงผิวแตกลายหลังคลอด หน้าท้อง อก สะโพก ก้น
  • ให้ความชุ่มชื้น ลดการเหี่ยวย่นของผิวทั่วร่างกาย เช่น ฝ่ามือ ลำคอ
  • บำรุงหนังศีรษะ ช่วยให้รากผมแข็งแรง
  • กระตุ้นการงอกใหม่ของเส้นผม ช่วยให้ผมดกดำ