โบทูลินั่มทอกซินชนิด เอ Botulinum toxin type A

สารโบทูลินั่มทอกซินชนิด เอ (Botulinum toxin type A) เป็นโปรตีนชนิดหนึ่ง ที่สร้างจากแบคทีเรีย ชื่อ คลอสตริเดียม โบทูลินั่ม (Clostridium botulinum) ออกฤทธิ์ให้กล้ามเนื้อคลายตัว ยับยั้งการทำงานของกล้ามเนื้อ ทำให้ขนาดของกล้ามเนื้อลดลง ถือเป็นทางออกของการลดเลือนริ้วรอย นอกจากนั้นยังช่วยให้ผิวกระชับขึ้น เพื่อดูอ่อนเยาว์ ปรับแต่ง แก้ไขบกพร่องของใบหน้า และใช้ในการลดขนาดกล้ามเนื้อกรามทำให้ใบหน้าเล็กลง ปรับรูปหน้าให้เรียวเล็กได้รูป ออกฤทธิ์อย่างรวดเร็วหลังฉีด ภายใน 2-3 วัน เห็นผลชัดเจนในเวลาประมาณ 7– 14 วัน และผลลัพธ์อยู่ได้นาน 4 – 6 เดือน

บริเวณตำแหน่งที่นิยมฉีด สารโบทูลินั่มทอกซินชนิด เอ (Botulinum toxin type A) ได้แก่

  • ริ้วรอยหน้าผาก
  • แก้ไขคิ้วตก
  • บริเวณริ้วรอยหางตาหรีอตีนกา
  • กล้ามเนื้อบริเวณกราม ปรับโครงสร้างหน้าเหลี่ยมให้เรียวขึ้น
  • ช่วยลดน่องให้เรียวเล็ก

ใครบ้างที่ไม่ควรฉีด สารโบทูลินั่มทอกซินชนิด เอ (Botulinum toxin type A) ?

  • ผู้ป่วยโรคระบบกล้ามเนื้อ
  • ผู้ที่มีประวัติแพ้ Albumin
  • ผู้ที่มีประวัติแพ้ botulinum toxin
  • หญิงมีครรภ์หรืออยู่ระหว่างให้นมบุตร

การเตรียมตัวก่อนฉีดสารโบทูลินั่มทอกซินชนิด เอ (Botulinum toxin type A) ?

  • 1-2 วันก่อนการฉีดสารโบทูลินั่มทอกซินชนิด เอ (Botulinum toxin type A) ให้หยุดใช้ยากลุ่มกรดวิตามินเอ AHA และสครับขัดหน้า
  • ก่อนการฉีด 1 สัปดาห์ ห้ามรับประทานยาลดการอักเสบ และยาแก้ปวดกลุ่ม NSAIDS ได้แก่ Brufen, Naproxen, Motrin หรือ แอสไพริน งดวิตามินอี น้ำมันปลา จิงโกะ เพื่อลดการเกิดรอยฟกช้ำ
  • งดแอลกอฮอล์ 24 ชั่วโมงก่อนการรักษา
  • ถ้ามีประวัติโรคเริมบริเวณริมฝีปาก หรือประวิติแพ้ยา ควรแจ้งแพทย์ก่อนการรักษา

การปฏิบัติตัวหลังฉีดสารโบทูลินั่มทอกซินชนิด เอ (Botulinum toxin type A) ?

  • หลังฉีดทันที ไม่ควรจับ ลูบคลำ หรือนวดบริเวณที่ฉีด เพราะอาจมีผลต่อการกระจายตัวของตัวยา
  • 15-30 นาที หลังฉีด ควรบริหารกล้ามเนื้อบริเวณที่ฉีดบ่อยๆ เพื่อให้ตัวยาซึมเข้าสู่กล้ามเนื้อที่ต้องการให้ออกฤทธิ์มากที่สุด เช่น ฉีดหางตา ควรยิ้มบ่อยๆ ฉีดหน้าผากควรยักคิ้วบ่อยๆ ฉีดระหว่างคิ้วควรขมวดคิ้วบ่อยๆ หรือฉีดกรามควรเคี้ยวหมากฝรั่ง
  • ภายใน 4 ชั่วโมง หลังฉีดใหม่ๆ ยังไม่ควรไปนอนราบ หรือนอนตะแคง เพราะในช่วง 4 ชั่วโมงแรก เป็นช่วงการซึมของยาเข้ากล้ามเนื้อ ถ้านอนตะแคงจะทำให้การกระจายตัวของยาผิดจากตำแหน่งที่แพทย์คาดการณ์ไว้ได้ เมื่อเลย 4 ชั่วโมงไปแล้ว สามารถนอน หรือตะแคงได้ตามปกติ
  • ภายใน 4 ชั่วโมง งดการออกกำลังกายอย่างหนักหรือโยคะ
  • ภายใน 24 ชั่วโมงหลังฉีด หลีกเลี่ยงการใช้ยาหรือเครื่องสำอางที่ก่อให้เกิดการระคายเคือง เช่น กรดวิตามินเอ AHA  วิตามินซี
  • ภายใน 2 สัปดาห์หลังฉีด ควรงดการนวดหน้า ทำทรีทเม้นท์หน้า อบซาวน่า เลเซอร์ อบไอน้ำ ทำRF หลีกเลี่ยงแสงแดด ความร้อน งดดื่มแอลกอฮอล์
  • ล้างหน้าเบาๆ สามารถใช้เครื่องสำอางได้หลังการรักษา แต่ต้องใช้ด้วยความระมัดระวัง หลีกเลี่ยงการกดถู
  • อาจมีจ้ำเลือดเล็กๆ อาการนี้เป็นเพียงชั่วคราว อาการดังกล่าวจะหายได้เอง สามารถใช้น้ำแข็งประคบในกรณีที่มีอาการบวมแดงหรือเขียวช้ำได้
  • อาจมีอาการตึงหนักหน้าหรือกรามใน 3-4 วัน ถือเป็นเรื่องปกติ ไม่ต้องกังวล อาการดังกล่าวจะหายไปใน 1-2 สัปดาห์

สามารถฉีด สารโบทูลินั่มทอกซินชนิด เอ (Botulinum toxin type A) ในครั้งต่อไปได้เมื่อไร ?

การฉีดสารโบทูลินั่มทอกซินชนิด เอ (Botulinum toxin type A) สามารถฉีดเพิ่มได้เมื่อ 2 สัปดาห์ผ่านไปแล้วผลการรักษาไม่เป็นที่พอใจของผู้รับการรักษา และแพทย์มีความเห็นตรงกัน โดยทั่วไปแล้วจะทำการรักษาครั้งต่อไปเมื่อสารโบทูลินั่มทอกซินชนิด เอ (Botulinum toxin type A) หมดฤทธิ์ คือประมาณ 4-6 เดือน ทั้งนี้หากหยุดการฉีดริ้วรอยจะไม่เพิ่มขึ้น  ส่วนมากริ้วรอยของคุณจะกลับมาเป็นปกติเหมือนก่อนการฉีดโบท็อกซ์ หลังจากการฉีดสารโบท็อกซ์จึงสลายตัวไป

การเตรียมตัวก่อนฉีดสารโบทูลินั่มทอกซินชนิด เอ (Botulinum toxin type A) ?

  • 1-2 วันก่อนการฉีดสารโบทูลินั่มทอกซินชนิด เอ (Botulinum toxin type A) ให้หยุดใช้ยากลุ่มกรดวิตามินเอ AHA และสครับขัดหน้า
  • ก่อนการฉีด 1 สัปดาห์ ห้ามรับประทานยาลดการอักเสบ และยาแก้ปวดกลุ่ม NSAIDS ได้แก่ Brufen, Naproxen, Motrin หรือ แอสไพริน งดวิตามินอี น้ำมันปลา จิงโกะ เพื่อลดการเกิดรอยฟกช้ำ
  • งดแอลกอฮอล์ 24 ชั่วโมงก่อนการรักษา
  • ถ้ามีประวัติโรคเริมบริเวณริมฝีปาก หรือประวิติแพ้ยา ควรแจ้งแพทย์ก่อนการรักษา

การปฏิบัติตัวหลังฉีดสารโบทูลินั่มทอกซินชนิด เอ (Botulinum toxin type A) ?

  • หลังฉีดทันที ไม่ควรจับ ลูบคลำ หรือนวดบริเวณที่ฉีด เพราะอาจมีผลต่อการกระจายตัวของตัวยา
  • 15-30 นาที หลังฉีด ควรบริหารกล้ามเนื้อบริเวณที่ฉีดบ่อยๆ เพื่อให้ตัวยาซึมเข้าสู่กล้ามเนื้อที่ต้องการให้ออกฤทธิ์มากที่สุด เช่น ฉีดหางตา ควรยิ้มบ่อยๆ ฉีดหน้าผากควรยักคิ้วบ่อยๆ ฉีดระหว่างคิ้วควรขมวดคิ้วบ่อยๆ หรือฉีดกรามควรเคี้ยวหมากฝรั่ง
  • ภายใน 4 ชั่วโมง หลังฉีดใหม่ๆ ยังไม่ควรไปนอนราบ หรือนอนตะแคง เพราะในช่วง 4 ชั่วโมงแรก เป็นช่วงการซึมของยาเข้ากล้ามเนื้อ ถ้านอนตะแคงจะทำให้การกระจายตัวของยาผิดจากตำแหน่งที่แพทย์คาดการณ์ไว้ได้ เมื่อเลย 4 ชั่วโมงไปแล้ว สามารถนอน หรือตะแคงได้ตามปกติ
  • ภายใน 4 ชั่วโมง งดการออกกำลังกายอย่างหนักหรือโยคะ
  • ภายใน 24 ชั่วโมงหลังฉีด หลีกเลี่ยงการใช้ยาหรือเครื่องสำอางที่ก่อให้เกิดการระคายเคือง เช่น กรดวิตามินเอ AHA  วิตามินซี
  • ภายใน 2 สัปดาห์หลังฉีด ควรงดการนวดหน้า ทำทรีทเม้นท์หน้า อบซาวน่า เลเซอร์ อบไอน้ำ ทำRF หลีกเลี่ยงแสงแดด ความร้อน งดดื่มแอลกอฮอล์
  • ล้างหน้าเบาๆ สามารถใช้เครื่องสำอางได้หลังการรักษา แต่ต้องใช้ด้วยความระมัดระวัง หลีกเลี่ยงการกดถู
  • อาจมีจ้ำเลือดเล็กๆ อาการนี้เป็นเพียงชั่วคราว อาการดังกล่าวจะหายได้เอง สามารถใช้น้ำแข็งประคบในกรณีที่มีอาการบวมแดงหรือเขียวช้ำได้
  • อาจมีอาการตึงหนักหน้าหรือกรามใน 3-4 วัน ถือเป็นเรื่องปกติ ไม่ต้องกังวล อาการดังกล่าวจะหายไปใน 1-2 สัปดาห์

สามารถฉีด สารโบทูลินั่มทอกซินชนิด เอ (Botulinum toxin type A) ในครั้งต่อไปได้เมื่อไร ?

การฉีดสารโบทูลินั่มทอกซินชนิด เอ (Botulinum toxin type A) สามารถฉีดเพิ่มได้เมื่อ 2 สัปดาห์ผ่านไปแล้วผลการรักษาไม่เป็นที่พอใจของผู้รับการรักษา และแพทย์มีความเห็นตรงกัน โดยทั่วไปแล้วจะทำการรักษาครั้งต่อไปเมื่อสารโบทูลินั่มทอกซินชนิด เอ (Botulinum toxin type A) หมดฤทธิ์ คือประมาณ 4-6 เดือน ทั้งนี้หากหยุดการฉีดริ้วรอยจะไม่เพิ่มขึ้น  ส่วนมากริ้วรอยของคุณจะกลับมาเป็นปกติเหมือนก่อนการฉีดโบท็อกซ์ หลังจากการฉีดสารโบท็อกซ์จึงสลายตัวไป

นภัสรีย์คลินิก ใช้สารโบทูลินั่มทอกซินชนิด เอ 3 แบรนด์ จากตัวแทนจำหน่ายที่ถูกต้องตามกฏหมาย (สามารถตรวจสอบประกาศนียบัตรรับรองได้ที่คลินิก)

1. Botox® เป็นชื่อทางการค้าของ Botulinum Toxin type A ที่นำเข้าจากประเทศสหรัฐอเมริกา ผลิตโดยบริษัท Allergan  บริษัทยาอันดับต้นๆ ของอเมริกา ซึ่งถือเป็นบริษัทแรกที่ผลิตสารโบทูลินั่มทอกซินชนิด เอ (Botulinum toxin type A)ขึ้นมา Botox® ได้รับการยอมรับถึงประสิทธิภาพและความปลอดภัยจากองค์การอาหารและยาของสหรัฐอเมริกา (FDA) เป็นที่นิยมมากที่สุดระดับโลก เห็นผลลัพธ์เร็วและอยู่ได้นาน

วิธีสังเกตุ Botox® อเมริกา ของแท้

  1. มีฝาพลาสติกใสปิดทับอยู่บ้านบน
  2. บนฝาขวดจะปรากฎคำว่า ALLERGAN 100 u
  3. ยาจะมีลักษณะขาวขุ่นติดเป็นคราบอยู่ที่ก้นขวด
  4. พื้นกล่องเป็นสีม่วงและมีตัวหนังสือสีขาวที่มีลักษณะบุ๋ม
  5. ฉลากข้างขวดเมื่อส่องกับแสงไฟจะมีลักษณะเรืองแสงและปรากฎเป็นตัวหนังสือคำว่า ALLERGAN
  6. ด้านข้างกล่องต้องมีตัวหนังสือภาษาไทยสีแดงแสดงเลขที่อย.
  7. ตัวเลที่ข้างฝาสีม่วงจะต้องตรงกับตัวเลขที่ฉลากข้างขวดและตัวเลขใต้กล่อง

ทั้งนี้ นภัสรีย์ คลินิกยินดีที่จะเพิ่มความมั่นใจให้กับคุณด้วยใบรับรองลิขสิทธ์จากบริษัท Allergan พร้อมสติกเกอร์ฉลากข้างขวด ยืนยันเลขผลิต ซึ่งลูกค้าสามารถตรวจสอบกับบริษัทได้ทุกขวด โดยคลินิกจะมอบให้กับลูกค้าทุกคนที่เลือกใช้ Botox®

2. Dysport® เป็นชื่อทางการค้าของ Botulinum Toxin type A ที่นำเข้าจากนำเข้าจากประเทศอังกฤษ (UK) ผลิตโดยบริษัท Ipsen Biopharm England นิยมใช้อย่างแพร่หลายในทวีปยุโรป และขณะนี้เริ่มเป็นที่นิยมใช้ในประเทศสหรัฐอเมริกา Dysport เป็นผลิตภัณฑ์ที่ผ่านงานวิจัยและสรุปผลทางการแพทย์มานานตั้งแต่ปี 1986 รวมถึงได้รับการรับรองจาก FDA ทั้งประเทศในทวีปยุโรป อเมริกา และประเทศไทย

3. Botulax® เป็นชื่อทางการค้าของ Botulinum Toxin type A ที่นำเข้าจากประเทศเกาหลี ผลิตโดยบริษัท Hugel Pharma Korea ให้ผลใกล้เคียงกับโบท็อกซ์ อเมริกา ราคาถูกกว่า แต่ความคงอยู่ของประสิทธิภาพในการลดเลือนริ้วรอยจะสั้นกว่าโบท็อกซ์ อเมริกา ทั้งนี้ในแง่ความปลอดภัย ที่นภัสรีย์คลินิกเลือกใช้แบรนด์ก็มีความปลอดภัยสูงทุกตัว และขึ้นทะเบียนถูกต้องจาก อย.ประเทศไทยทุกขวด

4. Xeomin คือ โบทูลินั่ม ท้อกซิน ชนิด เอ ที่นำเข้าจากประเทศเยอรมัน ได้ผ่านการรับรองจาก FDA ของสหรัฐอเมริกาในปี 2011 และผ่านอย.ของไทยเป็นที่เรียบร้อยแล้วเมื่อวันที่ 6 กันยายน 2016 หลังจากถูกนำไปวิจัยอย่างละเอียดถึง 3 ปี โดยเฉพาะความพิเศษที่เป็นจุดเด่นของ Xeomin นี้ก็คือโมเลกุลยาขนาดเล็กและเป็นโบทูลินั่ม ท็อกซินที่มีความบริสุทธิ์มากถึง 100%

5. Nabota เป็น Anti-Wrinkle Innovation ที่นำเข้าจากประเทศเกาหลี ที่สกัดจากธรรมชาติผ่านกระบวนการที่เรียกว่า Hi-pure Technology ได้สารออกฤทธิ์ที่มีความบริสุทธิ์สูงถึง 98.7% ไม่ก่อให้เกิดการดื้อยา Nabota ช่วยลบรอยตีนกา หรือริ้วรอยรอบดวงตาซึ่งเป็นสาเหตุที่ทำให้ใบหน้าแก่กว่าวัยได้