จมูก ถือเป็นอวัยวะศูนย์กลางที่ช่วยเสริมสร้างมิติโดยรวมของใบหน้า ซึ่งในแต่ละคน จะมีทรงจมูกที่แตกต่างกัน โดยขึ้นอยู่กับกรรมพันธุ์และเชื้อชาติ ในสมัยนี้หลายๆ ท่านที่ไม่ได้มีสันจมูกโด่งดูสวยงาม ก็อาจจะทำให้ขาดความมั่นใจได้ “การศัลยกรรมเสริมจมูก” จึงนับเป็นตัวช่วยที่นับว่าปลอดภัยและมีประสิทธิภาพมากที่สุด โดยแพทย์จะวิเคราะห์เทคนิคการเสริมจมูกด้วยวิธีต่างๆ ตามความเหมาะสมกับรูปจมูกเดิมของคนไข้

3 ส่วนสำคัญของทรงจมูก

  • ดั้ง
    นับเป็นปัญหาสำหรับคนไทยส่วนใหญ่ โดยคนไข้ส่วนมากมักต้องการเสริมดั้งให้สูงขึ้นเป็นหลัก
  • กลางจมูก
    บางท่านอาจมีปัญหาสันจมูกเป็นคลื่น หรือมีเนื้อในบริเวณนี้มากเกินไป ทำให้จมูกดูใหญ่ไม่รับกับใบหน้า
  • ปลายจมูก
    เป็นอีกส่วนหนึ่งที่หลายๆ คนต้องการปรับแต่ง ทั้งในส่วนของปีกจมูกและปลายจมูก ให้ได้รูปทรงที่สวยงามตามต้องการ

การร้อยไหมจมูก เหมาะกับคนที่สันจมูกไม่คม เนื้อจมูกน้อย ปีกจมูกกว้าง จมูกไม่ได้รูป “ ร้อยไหมจมูก ” ช่วยให้ดั้งโด่งได้เป็นธรรมชาติ…ไม่ต้องกลัวซิลิโคนทะลุ ไม่ต้องผ่าตัดศัลยกรรม  รวมถึงคนที่ต้องการเติมเฉพาะจุด เช่น เสริมเฉพาะสันจมูกให้หนา เป็นสันแบบธรรมชาติ หรือแก้ปลายจมูกให้ได้รูป วิธีการเสริมจมูกด้วยวิธีการร้อยไหม คือ การนำไหมละลายร้อยเข้าไปในจมูก ให้เกิดการสร้างเนื้อเยื่อของผิวบริเวณจมูก กระตุ้นการสร้างคอลลาเจนและอิลาสติน ทำให้มีเนื้อจมูกขึ้นมา

ข้อดีคือ ไม่ต้องพักฟื้น ไม่บวม ไม่ช้ำ เหมาะกับคนที่ ไม่มีเวลาพักฟื้น หรือคนที่กลัวการผ่าตัด การร้อยไหมจมูกจะขึ้นเป็นสันได้คมกว่าฟิลเลอร์ เหมาะกับคนที่มีฐานจมูกเดิมอยู่บ้างแล้วแค่ต้องการความคม หรือในคนที่สันจมูกสวยอยู่แล้วแต่ต้องการยกแค่ปลายจมูกขึ้น(ใช้เทคนิควิธีร้อยไหมจมูกแบบพิเศษ) การร้อยไหมจมูกมีความปลอดภัยมากกว่าการฉีดฟิลเลอร์จมูก เนื่องจากไม่เสี่ยงต่อการเข้าเส้นเลือด และไหมละลาย pcl+plla สำหรับร้อยจมูกสามารถอยู่ได้นาน 18 เดือน – 2 ปีและสามารถกระตุ้นให้ร่างกายเราสร้างเนื้อเยื่อจมูกของเราเองขึ้นมาได้ จึงเหมาะกับคนที่มีฐานจมูกเดิมอยู่บ้างแล้วแต่ไม่อยากผ่าตัดเสริมจมูก

ปัญหาของคนเนื้อจมูกน้อย

นั่นก็คือเวลาที่เสริมซิลิโคน มีโอกาสเสี่ยงที่ซิลิโคนจะทะลุ แต่ก็อย่าเพิ่งถอดใจไปนะคะ เพราะจริง ๆ แล้วมีวิธีที่สามารถทำให้ดั้งโด่ง แบบไม่ต้องกลัวทะลุ นั่นก็คือ

  • การเสริมจมูกแบบถาวร วิธีนี้อาจจะเสริมให้พอเหมาะกับเนื้อจมูกที่มีอยู่ ไม่เสริมให้ดั้งโด่งเกินไป เพื่อป้องกันความเสี่ยงที่ซิลิโคนจะทะลุ
  • การฉีดสารเติมเต็ม เพื่อให้เนื้อบริเวณนั้นดูเพิ่มขึ้น หนาขึ้น เห็นเป็นสันขึ้นมา
  • การร้อยไหมจมูก คือการนำไหมละลายร้อยเข้าไปในจมูก ให้เกิดการสร้างเนื้อเยื่อของผิวบริเวณนั้น

การร้อยไหมจมูก คือการร้อยไหมละลายเข้าไปบริเวณสันจมูก โดยไหมจะมี 2 ประเภทค่ะ ได้แก่ ไหมชนิดยาว คุณหมอจะร้อยไหมตั้งแต่สันดั้งจนไปถึงปลาย และไหมอีกประเภทคือไหมชนิดสั้น โดยไหมชนิดนี้จะเข้าไปเติมสิ่งที่คนไข้ขาด เช่น เพิ่มสันจมูกให้ดูหนาขึ้น

ขั้นตอนการทำ

  • เริ่มแรกคุณหมอจะวิเคราะห์โครงหน้าของเราก่อนค่ะ และพูดคุยกับเราก่อนว่าอยากได้ดั้งโด่งขนาดไหน
  • ต่อมาคุณหมอจะเริ่มการฉีดยาชา รอจนยาชาออกฤทธิ์
  • จากนั้นคุณหมอก็จะร้อยไหมเข้าไปในจมูกค่ะ ขณะทำไม่รู้สึกเจ็บ
  • เมื่อร้อยเสร็จคุณหมอจะให้เราดูเลยค่ะว่าชอบไหม อยากได้โด่งอีกหรือเปล่า ถ้ายังไม่ชอบคุณหมอก็จะเก็บรายละเอียดจนกว่าจะพอใจเลยค่ะ

คุณหมอกำหนดจุดที่จะร้อย

อุปกรณ์สำหรับการร้อยไหม

ฉีดยาชาและวัดขนาดจมูก

คุณหมอกำลังร้อยไหม

หลังจากที่เราร้อยไหมเข้าไปแล้ว ตัวไหมจะละลายภายใน 6 เดือน ซึ่งการร้อยไหมนี้จะกระตุ้นให้เกิดการสร้างคอลลาเจนใต้จมูกของเรา ข้อดีคือ คนที่มีเนื้อน้อยสามารถทำได้ ผลลัพธ์สวยออกมาเป็นธรรมชาติ ไม่บวม สามารถไปทำงานต่อได้ สามารถอยู่ได้นาน 1-2 ปีเลยนะคะ

Before

After

การฉีดฟิลเลอร์จมูก คือ การเสริมจมูกด้วยสารเติมเต็มความสวยในแบบที่คุณต้องการนั่นเอง ซึ่งสารที่ว่านี้ก็คือสารไฮยารูโรนิก แอซิต ( Hyaluronic acid หรือ HA ) ซึ่งเป็นสารสกัดจากธรรมชาติ จึงมีความปลอดภัยสูง

การฉีดฟิลเลอร์จมูกมีข้อดี คือ ใช้เวลาไม่นาน เห็นผลหลังจากทำทันที ไม่ต้องพักฟื้น ไม่บวม ไม่ช้ำ เหมาะกับคนที่ ไม่มีเวลาพักฟื้น หรือคนที่กลัวการผ่าตัด สามารถทำได้ในคนที่มีฐานจมูกเดิมอยู่บ้างแล้วในระดับปานกลาง หลังฉีดฟิลเลอร์จมูกหากต้องการปรับแก้ให้โด่งมากขึ้นหรือน้อยลงสามารถทำได้ด้วยการฉีดสลายบางส่วนหรือการฉีดเพิ่มเติมได้ตามที่คนไข้ต้องการ ทั้งนี้ การฉีดฟิลเลอร์จมูก ต้องทำโดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ และใช้ฟิลเลอร์แท้ที่มีความคงตัว ฟิลเลอร์ที่เหมาะสมที่สุดในการฉีดจมูกคือ ยี่ห้อ Restylane รุ่น Perlane Lyft

การดูแลตัวเองหลังฉีดฟิลเลอร์

  • ควรดื่มน้ำให้มากๆ เพราะจะช่วยให้ฟิลเลอร์คงสภาพได้นานขึ้น
  • ไม่ควรใช้เครื่องสำอางเป็นเวลา 12 ชั่วโมงหลังการฉีด
  • ไม่ควรออกกำลังกายในช่วง 48 ชั่วโมงแรกหลังการฉีด
  • ไม่ควรถูหรือขัดหน้าแรงๆ บริเวณที่ฉีด
  • ไม่ควรให้ใบหน้าสัมผัสกับความร้อนจัด เช่น การซาวน่า หรือตากแดด

Fat Cell Reborn คือ การดูดไขมันจากร่างกายแล้วนำไปผสมกับสเต็มเซลล์ที่ตื่นตัวมาผสมกับไขมันที่แยกไว้เพื่อนำมาเติมเต็มบริเวณส่วนต่างๆของร่างกาย สำหรับผู้มีปัญหาหน้าตอบ เพื่อเพิ่มมิติให้แก่ใบหน้า เช่น บริเวณขมับ ร่องแก้ม ใต้ตา รอบดวงตา มุมคาง หน้าผากนูนสวยรับทรัพย์ฯลฯ ฟื้นฟูบริเวณผิวพรรณที่เสื่อมสภาพให้ดีขึ้นแข็งแรงขึ้น ดูอ่อนวัยเยาว์ลง

Fat Cell Reborn เป็นเทคนิคใหม่ของการเก็บสเต็มเซลล์ไขมัน เพิ่มอัตราการติดของสเต็มเซลล์ไขมัน ติดเยอะ ติดสวย ไม่ย้อย ให้ใบหน้าฉ่ำวาว เนียนเด้งใส เติมเต็มทุกร่อง เพิ่มมิติให้ใบหน้า ทำครั้งเดียวจบ อยู่นาน3ปี นับเป็นอีกหนึ่งทางเลือกสำหรับผู้ที่ไม่ต้องการใช้ฟิลเลอร์

วัสดุที่ใช้ในการ ตกแต่งจมูก

ซิลิโคนสำเร็จรูป เป็นซิลิโคนชนิดนิ่มพิเศษเกรดพรีเมี่ยม ที่ได้รับการรับรองมาตรฐาน KFDA มีความยืดหยุ่น ลักษณะซิลิโคนจะถูกออกแบบมาสำเร็จพร้อมใส่ ดูเป็นธรรมชาติ ในการเสริมจมูกด้วยซิลิโคนสำเร็จนี้ แพทย์จะทำการพิจารณารูปทรงจมูกเดิม ควบคู่ไปกับความต้องการของคนไข้ ทำการตกแต่งซิลิโคนเล็กน้อยเพื่อให้รับกับ ใบหน้า

การเสริมจมูกโดยใช้ Silicone และ กระดูกอ่อนหลังใบหู นอกจากการเสริมจมูก ด้วยซิลิโคนแล้ว ก็ยังมีเทคนิคการใช้อวัยวะบางส่วนในร่างกายของคนไข้มาช่วย เสริมบริเวณปลายจมูก อย่างเช่นการใช้ “กระดูกอ่อนหลังใบหู” โดยแพทย์จะทำ การผ่าตัดกระดูกอ่อนที่อยู่หลังใบหู บริเวณ Concha หรือ ส่วนที่เป็นแอ่งโค้ง ออกมาในปริมาณที่เหมาะสมกับการนำมาตกแต่งจมูก ซึ่งจะปรากฏแผลตรงรอย พับจึงทำให้สังเกตเห็นได้ยาก วิธีนี้จะช่วยให้คนที่จมูกสั้นดูยาวขึ้น หรือในบางราย ที่มีเนื้อปลายจมูกบาง หากต้องการเสริมจมูกให้โด่งสูง วิธีนี้ก็สามารถช่วยลด ความเสี่ยงของการเกิดซิลิโคนทะลุได้

การเสริมจมูกร่วมกับการตัดปีกจมูก สำหรับคนไข้บางท่านที่อาจมีรูจมูกกว้าง ปีกจมูกใหญ่ ไม่สวยงาม “การตัดปีก จมูก”จึงเป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่จะช่วยให้ รูจมูกดูเล็กลง รับกับใบหน้ามากขึ้น โดยจะซ่อนแผลไว้ด้านในของปีกจมูก ทำให้แผลเป็นไม่สามารถถูกสังเกตเห็นได้ชัดเจน

วิธีการเลือกขนาดของจมูก

ควรปรึกษาร่วมกับแพทย์ด้วยการตรวจสอบโครงสร้างของใบหน้าและจมูก โดยผู้ที่ทำจมูกจะต้องแจ้งแพทย์ว่าต้องการจมูกทรงไหนและให้ปลายพุ่งมากน้อยอย่างไร แพทย์จึงจะทำการพิจารณาอย่างละเอียดว่าจะทำได้แบบที่ต้องการหรือไม่

การปฏิบัติตนก่อนเข้ารับการผ่าตัดทำจมูก

  • หากคนไข้มีโรคประจำตัวหรือโรคที่มีภูมิคุ้มกันบกพร่อง เช่น โรคความดัน โรคหัวใจ โรคเอดส์ โรคเบาหวาน ฯลฯ ควรปรึกษาแพทย์ให้ดีเสียก่อน เพื่อป้องกันความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นหลังผ่าตัด
  • งดสูบบุหรี่ และเครื่องดื่มแอลกฮอล์ทุกชนิด อย่างน้อย 1 สัปดาห์
  • งดยาแก้ปวด ลดกล้ามเนื้ออักเสบก่อนผ่าตัด เช่น ยากลุ่มแอสไพริน (Aspirin) หรือ ไอบิวโพรเฟน (Ibuprofen) เพื่อลดอาการฟกช้ำจากเลือดคั่งหลังผ่าตัด
  • ควรงดวิตามิน น้ำมันตับปลา อาหารเสริมต่างๆ ทุกชนิด เนื่องจากอาหารเสริมเหล่านี้ อาจส่งผลให้เลือดหยุดไหลช้ากว่าปกติได้
  • ในกรณีที่ต้องวางยานอนหลับขณะผ่าตัด คนไข้ต้องงดน้ำงดอาหารก่อนมาผ่าตัดอย่างน้อย 8 ชม.และควรสระผมให้สะอาด งดทาครีมโลชั่นหรือทาเล็บในวันผ่าตัด

การปฏิบัติตนหลังเข้ารับการผ่าตัดทำจมูก

  • ใน 48 ชั่วโมงแรกหลังจากการผ่าตัด แนะนำให้ประคบเย็นที่บริเวณระหว่างคิ้วและตาทั้งสองข้าง โดยประคบนาน 20 นาทีสลับกับหยุดพัก 20 นาที และหลังจากสองวันจึงเริ่มประคบอุ่นได้
  • หากมีเลือดและน้ำเหลืองซึมบริเวณบาดแผล สามารถใช้สำลีหรือไม้พันสำลีซับเบาๆ และแต้มครีมยาฆ่าเชื้อ ห้ามเช็ดหรือถูโดยเด็ดขาด ควรปล่อยให้แผลแห้งตามธรรมชาติ และหลีกเลี่ยงการสัมผัสแผลทุกกรณีห้ามนอนคว่ำหน้า แนะนำให้นอนหงายและนอนยกหัวสูงขึ้นอย่างน้อย 30 องศา เพื่อลดอาการบวมเป็นเวลา 7 วันหลังการผ่าตัด
  • รับประทานยาตามที่แพทย์สั่งจนหมด และ มาพบแพทย์เพื่อ Follow-up อาการตามที่นัดหมาย
  • หลีกเลี่ยงการบิดหรือกดรุนแรงบริเวณจมูก เพื่อให้จมูกหลังผ่าตัดกลับสู่สภาพปกติให้เร็วที่สุด
  • ห้ามแคะ เกา บีบ หรือทำให้แผลโดนน้ำ หากต้องการทำความสะอาดใบหน้า แนะนำให้ใช้ผ้าหรือใช้สำลีชุบน้ำอุ่นหมาดๆ เช็ดทั่วใบหน้าเช็ด และบริเวณจมูกให้สะอาดตลอด 1-2 สัปดาห์แรกหลังทำศัลยกรรม
  • งดออกกำลังกายในประเภทที่ต้องมีการก้ม-เงยหน้า กระโดดแรงๆ หรือประเภทที่เสี่ยงต่อการปะทะ
  • แนะนำให้ใส่เสื้อมีกระดุมหน้า ที่สามารถใส่และถอดได้ง่าย แทนการสวมเสื้อผ่านบริเวณศรีษะ เพื่อลดการสัมผัสกับจมูกในขณะเปลี่ยนเสื้อ
  • การใช้ยารักษาแผลเป็น สามารถใช้ได้หลังจากแผลแห้งแล้วเท่านั้น โดยสามารถเริ่มใช้ได้ตั้งแต่วันที่ 7-14 หลังจากผ่าตัด
  • งดทานอาหารหมักดอง วิตามิน อาหารเสริม เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ และงดการสูบบุหรี่อย่างน้อย 1 เดือนหลังการผ่าตัด เนื่องจากปัจจัยเหล่านี้จะเป็นตัวกระตุ้น ให้ร่างกายเกิดการสูบฉีดเลือดมากขึ้น ซึ่งอาจทำให้เกิดอาการปวดหรือบวมนานขึ้น อาจทำให้แผลหายช้าลงได้
  • งดการแต่งหน้า 3 วัน หลังผ่าตัด และหลีกเลี่ยงการเจอพื้นที่ที่มีฝุ่นและควันเยอะ รวมถึงสาเหตุอื่นๆ ที่กระตุ้นให้เกิดการแพ้อากาศ และอาการไอ จาม สั่งน้ำมูก หากเป็นไข้หวัด มีน้ำมูก หรือมีอาการเจ็บคอ ก็ควรรีบรับประทานยาแก้แพ้หรือยาลดน้ำมูกทันที
  • งดการทำทรีทเมนต์ เลเซอร์ หรือการปรนิบัติผิวหน้าด้วยเครื่องมือทางการแพทย์ต่างๆ โดยควรรอหลังการทำจมูกประมาณ 1 เดือน ให้จมูกเริ่มเข้าที่เข้าทางก่อนแล้วค่อยรับคำปรึกษาจากแพทย์ต่อไป